ยอดผลิต จำหน่ายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้น แต่ยอดขายรถกระบะยังน่ากังวล ในขณะที่ส่งออกรวมลดลง เดือนสิงหาคม 2569
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นายวิทวัฒน์ ทองเวส เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และนางอร รักติประกร รองโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ จำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2569 ดังต่อไปนี้
- ยอดผลิตรถยนต์ 124,646 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.93
o รถยนต์นั่ง ICE 17,355 คัน ลดลงร้อยละ 20.51
o รถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,126 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 77.38
o รถยนต์นั่ง HEV 18,136 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 51.54
o รถกระบะ ICE 55,357 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.70
o รถกระบะไฟฟ้า 443 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 691.07 - ยอดจำหน่าย 59,809 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.59
o รถยนต์นั่ง ICE 7,973 คัน ลดลงร้อยละ 17.04
o รถยนต์นั่งไฟฟ้า 19,721 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 113.29
o รถยนต์นั่ง HEV 14,807 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 31.84
o รถกระบะ ICE 10,087 คัน ลดลงร้อยละ 7.43
o รถกระบะไฟฟ้า 207 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 228.57 - ยอดส่งออก 69,724 คัน ลดลงร้อยละ 2.04
o รถยนต์นั่ง ICE 2,316 คัน ลดลงร้อยละ 84.27
o รถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,478 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.73
o รถยนต์นั่ง HEV 10,717 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 245.82
o รถกระบะ ICE 39,079 คัน ลดลงร้อยละ 5.01
o รถกระบะไฟฟ้า 466 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 813.73

โดยนายสุวัชร์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ แถลงว่า “ผมในฐานะประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณภาครัฐสำหรับมติ Board EV เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับข้อเสนอ 3 เสาหลักบางส่วนที่พูดเรื่องของการปกป้อง กระตุ้น และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่ได้พูดคุยและนำเสนอกับภาครัฐมาโดยตลอด
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยการกำหนดอัตราภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งไม่มีโรงงานผลิตในประเทศ สูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศนั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้องในการปกป้องผู้ลงทุนและผลิตในประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งนี้อัตราภาษีที่ลดหลั่นกันตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย ผมเชื่อว่าจะสามารถจูงใจให้ผู้ผลิตสนใจลงทุน และขยายฐานการผลิตรวมทั้งเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือ local content ในประเทศอีกด้วย
ณ ขณะนี้ เรายังรอประกาศตัวเลขอัตราภาษีอย่างเป็นทางการอยู่แต่การทำงานของเรายังไม่จบเพียงเท่านี้ ขณะนี้เรายังมีการศึกษาเรื่องของ local content หรือ Thai content เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Ecosystem หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกำหนดปริมาณนำเข้า หรือโควตาโดยพิจารณาจากการเชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตสร้างในประเทศไทยเช่นกัน
สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศช่วง 8 เดือนที่ผ่านมายอดผลิต และยอดจำหน่ายในประเทศกลับมาขยายตัว ในขณะที่ยอดส่งออกลดลง โดยมียอดจำหน่ายในประเทศประมาณ 466,000 คัน แต่ตลาดรถกระบะซึ่งเป็น Product Champion ของประเทศยังหดตัวอย่างต่อเนื่องหลายปี โดยลดลงประมาณร้อยละ 63 ตั้งแต่ 2565 ขณะที่การส่งออกรถกระบะก็ติดลบเช่นกัน สะท้อนว่าแรงกดดันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากกำลังซื้อในประเทศ แต่เริ่มส่งผ่านมาจากตลาดส่งออกด้วย วิกฤติสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ยอดกระบะตกลงส่งผลกระทบในวงกว้างไม่เพียงแต่ผู้ผลิตรถ แต่ยังรวมไปถึง Supply Chain ระดับลึกด้วย เนื่องจากรถกระบะเป็นรถที่มีสัดส่วน local content สูงมาก บางยี่ห้อสูงอยู่ในระดับมากกว่าร้อยละ 90
ผมและกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์หวังจะเห็นมาตรการ “กระตุ้น”ตลาดจากภาครัฐในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อรักษาระดับการผลิต และความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน รวมถึง Ecosystem ของ product champion ไว้
สุดท้ายนี้ผมขอส่งกำลังใจให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เรากำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบัน ทุกท่านสามารถติดตามแคมเปญช่วยเหลือจากทุกค่ายรถยนต์ และจักรยานยนต์ได้ที่เพจเฟสบุคของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยครับ”
ลำดับถัดไป คุณสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ รายงานสถิติอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ตามลำดับดังนี้


การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ใน เดือนสิงหาคม 2569 มีทั้งสิ้น 124,646 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 10.93
โดยเพิ่มขึ้นเพราะผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,126 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 77.38 และผลิตรถกระบะเพื่อส่งออก 65,103 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.11 ขณะที่ รถยนต์นั่งสันดาปภายในยังคงผลิตได้แค่ 17,355 คัน ลดลงร้อยละ 20.51
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ตั้งแต่ เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 959,711 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 1.27
รถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตได้ 49,727 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.18 จากเดือนสิงหาคม 2568 โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine (ICE) มีจำนวน 17,355 คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 20.51
- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มีจำนวน 13,126 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 77.38
- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) มีจำนวน 1,110 คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 43.68
- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle (HEV) มีจำนวน 18,136 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 51.54
สำหรับยอดผลิตรถยนต์นั่งตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 349,605 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 0.97 โดยคิดเป็นร้อยละ 36.43 ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด โดยแบ่งเป็น
- รถยนต์นั่ง Internal Combustion Engine (ICE) มีจำนวน 109,539 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 32.62
- รถยนต์นั่ง Battery Electric Vehicle (BEV) มีจำนวน 60,578 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 74.03
- รถยนต์นั่ง Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) มีจำนวน 15,090 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 22.40
- รถยนต์นั่ง Hybrid Electric Vehicle (HEV) มีจำนวน 164,398 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 20.40
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนสิงหาคม 2569 ไม่มีการผลิต และเมื่อรวมตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ไม่มีการผลิตเช่นเดียวกัน
รถยนต์บรรทุก เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 74,919 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 8.27 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 610,106 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 1.44
สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตได้ทั้งหมด 73,273 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 7.11 คิดเป็นร้อยละ 58.78 ของยอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตได้ทั้งสิ้น 598,226 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 0.45 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก มีจำนวนสะสม 98,233 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 1.81
- รถกระบะดับเบิลแค็บ ICE มีจำนวนสะสม 372,325 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 1.87
- รถกระบะดับเบิลแค็บ BEV มีจำนวนสะสม 2,890 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 1,421.05
- รถกระบะ PPV มีจำนวนสะสม 124,778 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 4.45
สำหรับรถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน ถึงมากกว่า 10 ตัน เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตได้ 1,646 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 109.95 และรวมตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตได้ 11,880 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 101.42

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 83,612 คัน คิดเป็นร้อยละ 67.08 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 12.24 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 605,579 คัน คิดเป็นร้อยละ 63.10 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2568 ร้อยละ 2.89
สำหรับรถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกจำนวน 18,509 คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 4.45 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 128,594 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 4.58
สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 65,103 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 18.11 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อการส่งออกได้ทั้งสิ้น 476,985 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 2.43 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก มีจำนวน 50,157 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 7.84
- รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวน 330,153 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 3.64
- รถกระบะ PPV มีจำนวน 96,675 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 5.30
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 41,034 คัน คิดเป็นร้อยละ 32.92 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 8.34 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 354,132 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 9.27
สำหรับรถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจำนวน 31,218 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 31.16 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 221,011 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 4.51
สำหรับรถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคม 2569 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8,170 คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 38.52 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศได้ทั้งสิ้น 121,241 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 13.60 โดยแบ่งเป็น
- รถกระบะบรรทุก มีจำนวน 48,076 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 14.31
- รถกระบะดับเบิลแค็บ มีจำนวน 45,062 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 21.77
- รถกระบะ PPV มีจำนวน 28,103 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2568 ร้อยละ 1.61
รถจักรยานยนต์
เดือนสิงหาคม 2569 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 194,642 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ร้อยละ 6.88 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 156,489 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 3.65 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 38,153 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 22.50
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,658,772 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 0.30 โดยแยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,346,767 คัน ลดลงจากปี 2568 ร้อยละ 0.84 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 312,005 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 5.52